ดูหนัง




แจ้งลบกระทู้ หมายเลข : 488285

 หัวเรื่อง : บทที่ ๑๘ : กูเตือนแล้วนะ !

 ข้อความ :

รักลวง
บทที่ ๑๘ : กูเตือนแล้วนะ !



“น้าเพลงคะ บ้านหลังนี้แน่เหรอคะ” ป๋องแป้งถามขึ้น เมื่อวีรากานต์ขับรถมาจอดยังบ้านสภาพเก่าคร่ำคร่าหลังหนึ่ง


“ใช่จ๊ะ น้าเคยมาครั้งหนึ่ง เมื่อนานมาแล้ว...” วีรากานต์หันมาตอบเพื่อนสนิทของหลานสาว ก่อนดับเครื่องแล้วเปิดประตูลงไปจากรถ


“ทำไมมันดูเงียบๆ เหมือนไม่มีคนอยู่อย่างนี้ล่ะคะ” มีนาซึ่งตามมาสบทบกับผู้เป็นน้า ถามขึ้นมาอย่างลังเลเมื่อสัมผัสได้ถึงความวังเวงของตัวบ้าน


“ลองกดออดดูไหมคะเผื่อข้างในจะมีคนอยู่...” ป๋องแป้งถามขึ้นมา เมื่อสองน้าหลานพยักหน้าเห็นด้วยเธอจึงเดินไปกดออดซึ่งติดไว้ที่ข้างๆประตูบ้าน เพียงไม่นานผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินออกมาจากตัวบ้านซึ่งวีรากานต์จำได้ทันทีว่านางเป็นมารดาของชายหนุ่มที่ชื่อ ธนัทชัย นั่นเอง


“สวัสดีค่ะคุณป้า ธนัทอยู่หรือเปล่าคะ” หญิงสาวทั้งสามกระพุ่มมือไหว้มารดาของชายในภาพถ่าย ก่อนที่วีรากานต์จะเอ่ยปากถามถึงชายหนุ่ม ผู้เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน


“หนูเพลงใช่ไหมจ๊ะ ไม่ได้เจอกันนานเลย ตาธนัทเขาไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกจ๊ะ เขาย้ายไปอยู่ในเมืองได้หลายปีแล้ว” หญิงสูงวัยเพ่งมองหญิงสาวทั้งสามอยู่ชั่วครู่ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวหนึ่งในนั้นเป็นเพื่อนของบุตรชาย นางก็ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร


“แล้วคุณป้าพอจะทราบที่อยู่ของเขาหรือเปล่าคะ”


“ป้าก็ไม่รู้หรอกจ๊ะหนูเพลงว่าตาธนัทเขาไปอยู่ที่ไหน แต่ป้ามีที่อยู่ที่ทำงานของเขา หนูลองไปหาเขาที่ทำงานของเขาดูก็ได้ รอสักครู่นะเดี๋ยวป้าไปเอามาให้” หญิงชราเข้าไปในบ้านชั่วครู่ก่อนกลับมาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาลขนาดไม่ใหญ่นัก

“นี่จ๊ะ หนูลองไปหาเขาที่นี่นะลูก”


“ขอบคุณค่ะคุณป้า” สาวหล่อหน้าใสรับซองเอกสารมาพลิกดู เขารู้แล้วว่าจะตามหาเพื่อนคนนี้ได้ที่ไหน...


“ว่าแต่หนูมาหาตาธนัททำไมเหรอจ๊ะ” มารดาของชายหนุ่มเจ้าของรูปภาพใบนั้นถามขึ้น


“ไม่มีอะไรหรอกหรอกค่ะคุณป้า หนูแค่ต้องการทราบข่าวคราวของเขาเขาตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้ติดต่อกันนานเท่านั้นค่ะ”


“จ๊ะ คงมีแต่หนูนี่แหละจ๊ะที่ยังนึกถึงลูกชายของป้าอยู่” นางพูดด้วยด้วยน้ำเสียงเศร้า


“ถ้าอย่างนั้น หนูขอตัวไปหาธนัทก่อน วันหลังจะมาเยี่ยมคุณป้าใหม่นะคะ , ไปกันเถอะยายมีนา หนูป๋องแป้ง” หญิงสาวทั้งสามกระพุ่มมือไหว้ผู้สูงวัยกว่า พร้อมกับขับรถออกไปจากซอยนั้น


วีรากานต์ขับรถมาจอดยังลานจอดรถของอาคารสำนักงานหรูแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองในเวลาที่สายมากแล้ว

เขาหยิบซองเอกสารซึ่งระบุที่อยู่ของบริษัทที่นายธนัทชัชทำงานอยู่ขึ้นมาดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เมื่อเห็นว่าไม่ผิดแน่ เขาจึงตัดสินใจลงจากรถคันงามพร้อมกับมีนาและป๋องแป้ง หญิงสาวทั้งสามเดินเข้าไปในอาคารแห่งนั้น


“สวัสดีค่ะท่านประธาน” เสียงของประชาสัมพันธ์สาวสวยแต่งตัวเรียบหรูดูดี พนมมือไหว้ทักทายวีรากานต์ สาวหล่อยิ้มทักทายเพียงครู่ก่อนเดินนำผู้อ่อนวัยกว่าเดินตรงเข้าไปในลิฟต์ กดหมายเลขชั้นซึ่งตนทำงานอยู่ เพียงชั่วอึดใจเสียงกริ่งก็ดังขึ้นหนึ่งครั้งก่อนที่ประตูลิฟต์จะค่อยๆเปิดออก


“สวัสดีค่ะท่านประธาน คุณมีนา” เลขานุการสาวซึ่งแต่งตัวดูดีมีระดับซึ่งนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะหน้าห้องทำงานของเขาพนมมือไหว้ผู้เป็นนาย และมีนา ก่อนที่สายตาจะจับไปที่ป๋องแป้งซึ่งหญิงสาวไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน


“สวัสดีค่ะคุณปวีนุช , ยายมีนา หนูป๋องแป้ง ไหว้คุณปวีนุชสิจ๊ะ คุณปวีนุชเขาเป็นเลขาของน้าเอง” สองสาวไหว้ผู้สูงวัยกว่าพร้อมกับยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มและท่าทีที่แสดงออกถึงความเป็นมิตร ปวีนุชรับไหว้หญิงสาวทั้งสองด้วยรอยยิ้มหวานแสดงออกถึงความเอ็นดูอยู่ไม่น้อย


วีรากานต์พาหญิงสาวทั้งสองเข้าไปในห้องทำงานของประธานบริษัทซึ่งโอ่อ่ากว่างขวาง ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นหรูหราสมกับตำแหน่ง


“กาแฟค่ะท่านประธาน” เลขาสาวสวยกลับเข้ามาในห้องทำงานดังกล่าวอีกครั้งพร้อมกับนำกาแฟมาเสิร์ฟผู้เป็นนาย น้ำส้มคั้นสองแก้วสำหรับหญิงสาวทั้งสองและของว่างหน้าตาน่ารับประทาน



“คุณปวีนุช คุณรู้จักผู้ชายคนนี้หรือเปล่า” วีรากานต์เอ่ยปากถามเลขาสาวหลังจากนั่งจับกาแฟอย่างสบายอารมณ์ภายในห้องทำงานของตนเอง



“คุณธนัทชัย ศิริพงษ์ปรีดา พนักงานหนุ่มไฟแรงของบริษัทเราค่ะ ท่านประธานมีอะไรหรือเปล่าคะ” เลขาสาวรับรูปภาพใบนั้นมาดูอยู่สักครู่ ก่อนกล่าวรายงาน


“คุณช่วยไปเชิญเขามาพบดิฉันด้วยนะคะ ดิฉันมีเรื่องด่วนจะต้องคุยกับเขา”


“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” ปวีนุชรับคำผู้เป็นเจ้านาย พลางก้มหัวเล็กน้อย ก่อนเดินออกไปจากห้องทำงานของประธานบริษัท


“ท่านประธานค่ะ คุณธนัทชัยมาแล้วค่ะ” เลขาสาวกลับเข้ามาในห้องดังกล่าวอีกครั้งพร้อมกับชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาคมเข้ม แต่งตัวภูมิฐาน ‘นายธนัทชัย ศิริพงษ์ปรีดา’


“เชิญนั่งค่ะคุณธนัชชัย”


“ขอบคุณครับ” ธนัทชัยตอบรับก่อนจะเดินไปหยุดตรงหน้าโต๊ะของท่านประธาน เขาเลื่อนเก้าอี้หนังสีดำออกมานั่ง ชายหนุ่มมองวีรากานต์ด้วยสายตาชื่นชม หญิงสาวผิวขาวสะอาด ท่าทางทะมัดทะแมงดูดียิ่งกว่าบุรุษเพศ นับเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองคนหนึ่งเลยทีเดียว แต่เมื่อชายหนุ่มได้มองหน้าตาของเจ้านายสาวชัดๆ เขาก็ถึงกับอุทานออกมาย่างประหลาดใจ



“เพลง....”


“ขอบใจที่นายยังจำเราได้ เรื่องที่เราเชิญนายมาพบในวันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงาน แต่ทว่ามีคนอยากพบนาย หนูป๋องแป้งจ๊ะ...” วีรากานต์หันไปเรียกป๋องแป้งซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาตัวงาม ไม่ไกลจากโต๊ะทำงานของเขามากนัก


“คุณคือคุณธนัชชัยหรือเปล่าคะ” ป๋องแป้งเอ่ยถามขณะที่มายืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มแล้ว
“ครับ ผมชื่อธนัทชัย คุณมีอะไรหรือเปล่าครับ”


“คุณธนัทชัยคะ คุณลองมองหน้าฉันให้ดีๆแล้วนึกให้ออกว่าหน้าตาของฉันเหมือนใครที่คุณเคยรู้จักหรือเปล่า”


สิ้นคำพูดของป๋องแป้ง ชายหนุ่มหันมามองหน้าเธออย่างประหลาดใจ ใบหน้าสวยคมภายใต้กรอบผมหยิกยาวฟู่ฟ่องที่ถูกปล่อยสยายคลอเคลียบ่ากลมกลึงรับกับหน้าตาจิ้มลิ้มทำให้เจ้าหล่อนน่ารักราวกับตุ๊กตา เหมือน... เหมือนใครกันนะ ชายหนุ่มได้แต่นิ่งคิด


“ปนัดดา...” เสียงแผ่วๆ ลอดออกมาจากริมฝีปากของเขา เมื่อเขาจำได้แล้วว่าเด็กสาวคนนี้หน้าเหมือนใคร


“ใช่ค่ะ หน้าตาของฉันเหมือนคุณปนัดดาจริงๆค่ะ ทีนี้คุณธนัทชัยตั้งใจฟังฉันให้ดีๆนะคะ มันอาจจะฟังดูเหลือเชื่อแต่มันคือความจริงค่ะ ตอนนี้วิญญาณของคุณปนัดดากำลังตามกลับมาเอาคืนทุกคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับเธอ ตอนนี้เธอยังอยู่รอเวลาแก้แค้นคุณและทุกคนที่เกี่ยวข้อง ฉันไม่รู้ว่าคุณเคยทำอะไรกับเธอไว้ แต่ฉันอยากให้คุณไปพบเธอไปขอให้เธออโหสิกรรมให้ ก่อนที่เธอจะอาฆาตไปกว่านี้...”


“คุณพูดเรื่องอะไรผมไม่เข้าใจ ผมไม่เคยทำอะไรไว้กับเธอ ผมกับปัดเป็นเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันแค่นั้น , เพลงถ้านายจะเรียกเรามาคุยเรื่องนี้ เราต้องตัวก่อนมีงานต้องเคลียร์อีกมาก...” ธนัทชัยบอกกับเพื่อนซึ่งในเวลานี้เป็นเจ้านายของเขา พลางก้มหัวเล็กน้อย ก่อนเดินออกไปจากห้องทำงานของประธานบริษัท


“คุณไม่เชื่อก็ตามใจ คุณปนัดดาไม่ปล่อยคุณไว้แน่ คุณคอยดูก็แล้วกัน...” ป๋องแป้งพูดออกมาอย่างผิดหวัง


“เขาไม่เชื่อก็ต้องแล้วแต่เขาเถอะหนูป๋องแป้ง หนูทำดีที่สุดแล้ว” วีรากานต์พูดปลอบใจหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


“ใช่แล้ว น้าเพลงพูดถูก ในเมื่อเตือนแล้วไม่เชื่อ ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของเขาก็แล้วกัน”


ป๋องแป้งได้แต่พยักหน้ารับคำพูดของวีรากานต์และมีนาด้วยความรู้สึกที่ไม่สบายใจเอาเสียเลย...


.......................................................................................................................



ณ ถนนเลียบคลองสายหนึ่งในเวลาเที่ยงคืนเศษๆ ขณะนั้นฝนตกกะปริดกะปรอย สายลมพัดกรรโชก ต้นไม้ ใบหญ้าโบกพัดไปตามสายลม เป็นเวลาเดียวกับที่ชายหนุ่มคนหนึ่งขับรถกลับบ้านไปตามถนนสายเปลี่ยวหลังจากการไปเที่ยวกับเพื่อน เพื่อผ่อนคลายความรู้สึกของตัวเขาเอง


‘วิญญาณบ้าบออะไร เด็กสาวคนนั้นบ้าไปแล้วชัดๆ เพราะถ้าวิญญาณของปนัดดามีจริง เขาคงไม่ลอยนวลมาได้เป็นสิบๆปีอย่างนี้หรอก’ ชายหนุ่มคิดด้วยความกระหยิ่มใจ



แต่แล้วบรรยากาศรอบข้างตัวเขาในตอนนี้ก็เริ่มเงียบผิดปรกติ ถนนตลอดทั้งสายไม่มีรถราขับผ่านไปมาสักคันเดียว ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีจึงเอื้อมมือไปเปิดเครื่องเล่นซีดีเพลง ให้เสียงเพลงขับขานเป็นเพื่อนในยามราตรีที่ต้องขับรถกลับบ้านคนเดียว


ไฟสูงที่ชายหนุ่มเปิดเอาไว้สาดส่องไปไกลๆ ฉับพลันสายตาของเขาก็ไปสะดุดกับภาพร่างของใครคนหนึ่งในชุดสีขาวแต่ด้วยระยะห่างค่อนข้างไกลจึงทำให้เขามองไม่มองออกว่าเจ้าของร่างเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่พอเขาขับเข้าไปใกล้เรื่อยๆเขาก็เห็นว่าเจ้าของร่างเป็นนักศึกษาสาวคนหนึ่งผมดำขลับยาวถึงกลางหลังกำลังเดินอยู่ข้างถนนเลียบคลองดังกล่าว


ชายหนุ่มไม่ได้ประหลาดใจอะไรเพราะบริเวณนี้มีมหาวิทยาลัยชื่อดังของจังหวัดนี้ตั้งอยู่หลายแห่ง หญิงสาวคนนี้อาจจะเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาหนึ่งก็เป็นได้ ในคราแรกชายหนุ่มกะว่าจะขับรถแซงไปโดยไม่สนใจแต่เมื่อแสงไฟจากด้านหน้ารถตกกระทบใบหน้าและเรือนร่างของเธอซึ่งได้หันมาพอดี ชายหนุ่มก็เปลี่ยนใจหยุดรถและลดลดกระจกลงเพื่อถามไถ่



“จะกลับหอพักเหรอครับน้อง ทำไมกลับดึกขนาดนี้ครับ” เสียงนุ่มของชายหนุ่มเจ้าของรถยนต์คันงาม ทำให้หญิงสาวหันมายิ้มให้อย่างเป็นมิตร


“พอดีลูกปัดอยู่ทำรายงานกับเพื่อน ก็เลยกลับดึกค่ะ” เสียงหวานๆที่ตอบกลับมาทำให้เขายิ้มตอบอย่างพึงพอใจ



“ถ้าอย่างนั้นให้ผมไปส่งนะครับ กลางค่ำกลางคืนกลับบ้านคนเดียวอย่างนี้อันตรายออกครับ”



“ขอบคุณค่ะ” ก้าวขึ้นมานั่งยังเบาะข้างๆคนขับพร้อมกับบอกเส้นทางไปยังหอพักของเธอให้เขาได้รับรู้



ทันใดนั้นก็เหมือนมีกลิ่นสาบสางของอะไรบางอย่างลอยคละคลุ้งอยู่ในรถ กลิ่นของมันคล้ายซากหนูตาย ชายหนุ่มจึงกดลดกระจกลงเพื่อไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไปจากรถ และมองหาที่มาของกลิ่นนั้นแต่ก็ไม่พบอะไร สักพักกลิ่นเหม็นนั้นได้เจือจางลงจนหายไปในที่สุด ชายหนุ่มจึงกดให้กระจกเลื่อนขึ้นแล้วขับต่อไป


“ขอโทษนะครับ ปรกติไม่เป็นอย่างนี้นะครับ”


แต่เมื่อเขาหันกลับมามองหญิงสาวอีกครั้ง ก็พบว่าใบหน้าที่เคยสวยสดงดงามของเธอ บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว เหลือเพียงร่างที่บวมอืดเน่าเฟะส่งกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนออกมาจากร่าง หนอนยั้วเยี้ยะคืบคลานออกมาเบ้าตาของหญิงสาว ริมฝีปากปากที่เคยส่งยิ้มหวานมาให้บัดนี้ฉีกยิ้มกว้าง กว้างขึ้นเรื่อยๆจนปากฉีกถึงใบหู หญิงสาวคนนี้คงไม่ใช่คนแน่ๆแล้ว


“เหวอ!” ชายหนุ่มอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด


“หึหึ มึงจำกูไม่ได้จริงๆเหรอ ไอ้ธนัท”


“เธอเป็นใคร ฉันไม่รู้จักเธอ”


“มึงสงสัยมากใช่ไหม มองหน้ากูสิ กูบอกให้มองไง....” ใบหน้าของวิญญาณสาวแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่งดงามเหมือนครั้งที่หล่อนยังมีชีวิตอยู่


“ปนัดดา...เธอมาที่นี่ได้อย่างไรในเมื่อห้องน้ำนั้นถูกปิดตายไปแล้ว” ชายหนุ่มถามอย่างตื่นตระหนก



“มึงไม่ต้องรู้หรอก แต่กูเคยบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าวันไหนที่กูออกมาได้ วันนั้นเป็นวันตายของมึง!”


“อย่านะ ช่วยด้วยๆ”


“ร้องไปเถอะ ไม่มีใครช่วยมึงได้หรอก”


“อย่าทำอะไรเราเลยนะปัด เราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เรายังไม่อยากตาย อโหสิให้เราด้วย เราจะบวชให้ปัด เราสัญญา”


“โอกาสของมึงมันหมดไปแล้วไอ้ธนัท เตรียมตัวตายได้แล้ว...” วิญญาณสาวพูดด้วยน้ำเสียงกร้าวพร้อมกับเอื้อมมืออันบวมเป่งมาบีบที่คอของชายหนุ่ม แล้วออกแรงบีบขึ้นเรื่อยๆจนดวงตาของชายหนุ่มถลนออกมานอกเบ้า ลิ้นจุกปาก เมื่อผีสาวปล่อยมือออก ร่างนั้นก็ล้มพับไปกองกับพื้นรถเพราะลมหายใจของชายหนุ่มได้ปลิดปลิวออกจากร่างไปแล้ว



รถคันงามที่ไร้คนควบคุมแล่นไม่รู้ทิศทางก่อนจะพุ่งตกลงไปในคลองอย่างแรง รถค่อยๆจมดิ่งลงใต้น้ำพร้อมกับเสียงหัวเราะอันโหยหวนของวิญญาณสาวที่สามารถปลิดลมหายใจของคนสาระเลวไปได้อีกหนึ่งชีวิต...
...........................................................................................

By : เนยแข็ง    / 20 Apr 2014 13:04

 เหตุผลที่แจ้งลบ :  

 ชื่อผู้แจ้งลบกระทู้ :




www.narak.com | ทอมดี้น่ารัก | บ้านทอมดี้ | น่ารักบอร์ด | ecard.narak.com | IRC Sever | Thai IRC | ห้องคุยสด

งาน หางาน งานราชการ งานรัฐวิสาหกิจ งานสถานศึกษา งานบริษัท หวย | ตรวจหวย สถิติหวย ตรวจสลาก

เกม เกมส์



Code by Moha