Happy 1800 DVD




แจ้งลบกระทู้ หมายเลข : 486438

 หัวเรื่อง : Secret Lover2 รัก (ไม่) ลับ ของสองเรา 3 (ยังรัก ยังรอ ไม่เคยลบเลือน)

 ข้อความ :


      ตอน ยังรัก ยังรอ ไม่ีเคยลบเลือน


     ร้านอาหารกึ่งผับสไตล์ชิลๆบรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบโมเดิร์นนิดๆคลาสสิคหน่อยๆ พื้นที่ของร้านถูกแบ่งออกเป็นสองโซนคือโซนผับเน้นความสนุกอยู่ที่ดนตรีสดที่วงแรกเริ่มเล่นตั้งแต่หนึ่งทุ่มตรง และอีกโซนคือโซนเอาท์ดอร์ที่ให้อารมณ์โรแมนติกด้วยแสงไฟสลัวๆเหมาะกับการดินเนอร์ใต้แสงเทียนแบบคู่รักหรือจะเป็นการแฮงค์เอ้าท์คุยกันชิลๆกับกลุ่มเพื่อนสนิทก็ได้



     ผมเล่นดนตรีที่ร้านนี้เป็นประจำวันศุกร์-เสาร์ และนี่ก็เป็นคืนวันศุกร์ที่ผมไม่มีความสุขเหมือนกับชื่อวันเธอเงียบไปหลายวันแล้วนับตั้งแต่วันนั้นที่เธอโทร.มาหาผมว่าอยากจะฟังผมร้องเพลงแต่ผมกลับบอกเธอไปว่าผมเลิกร้องเพลงแล้ว จากน้ำเสียงของเธอดูเหมือนจะโกรธมากและนั่นคืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผมไม่กล้าจะโทร.ไปหาเธอ



      “เป็นอะไรหรือเปล่าซิน วันนี้ดูไม่ค่อยโอเคเลยอ่ะ” พี่ชามนักร้องสาวสวยประจำวงของเราเป็นคนแรกที่มองเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับผม ทั้งที่ความจริงแล้วทุกวันผมก็แทบจะไม่แตกต่างจากวันนี้แค่อาจจะดูนิ่งกว่านี้เท่านั้น


     “อ๋อ ไม่ได้เป็นอะไรครับ พี่ชามมีอะไรจะให้ซินทำหรือเปล่าครับ หรือว่าต้องขึ้นไปเซตเครื่องดนตรีแล้ว” ผมยกข้อมือขึ้นมาดูเวลา วงของผมเล่นเป็นวงที่สองต้องขึ้นประมาณสี่ทุ่มแต่นี่เพิ่งสามทุ่มเองทางร้านก็ยังเปิดแผ่นอยู่เลย


     “เปล่า พี่ไม่ได้จะให้เราไปทำอะไรทั้งนั้นแหละแค่เห็นเดินไปเดินมารอบร้าน ไม่เห็นไปนั่งอยู่กับเพื่อนๆ ถ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้วล่ะพี่ไปล่ะ” สายตาของพี่ชามบ่งบอกว่าเป็นห่วงผมจริงๆ ก็คงเป็นความห่วงใยอย่างที่พี่สาวมีให้กับน้องนั่นแหละ



     ผมยังคงวุ่นวายใจอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งถึงเวลาที่วงของผมต้องขึ้นไปเซตเครื่องดนตรีผมเซตกีต้าร์ซึ่งมันกลายเป็นเครื่องดนตรีประจำของผมไปเสียแล้ว หลังจากที่เซตเครื่องดนตรีเรียบร้อยบทเพลงของวงในค่ำคืนนี้ก็ถูกบรรเลงขึ้นพร้อมกับน้ำเสียงหวานๆของพี่ชามนักร้องสาวประจำวงของเราที่ขับร้องเสียงเพลงออกมาท่ามกลางบรรยากาศของร้านที่เริ่มคึกคักขึ้นเรื่อยๆตามปกติของค่ำคืนวันศุกร์


     “เพลงแรกก็จบลงไปแล้วนะคะ เหมือนเดิมสำหรับใครที่อยากจะฟังเพลงอะไรก็เขียนขอขึ้นมาได้ค่า” พี่ชามกำลังจะเริ่มส่งต่อเข้าเพลงที่สองตามที่เราได้ซ้อมกันมาแต่อยู่ๆ ก็มีพนักงานเอากระดาษแผ่นเล็กส่งให้กับพี่ชามก่อนที่ดนตรีจะขึ้น


     “ว้าววันนี้มาแปลก เขียนขอเพลงแต่วงเล็บไว้ว่าอยากฟังเสียงกีต้าร์สุดหล่อของเราซะด้วย ไม่รู้ว่าเค้าจะร้องได้มั้ยนะคะ” พี่ชามส่งกระดาษแผ่นเล็กให้กับผม ‘เพลง เธอมีเวลาฟังแค่ไหน’ พร้อมกับลงชื่อที่ด้านล่างสุดของกระดาษไว้ว่า ‘JZ’


     “ซินไม่เคยร้องเพลงบนเวทีมานานแล้วฮะ เสียงอาจจะไม่เพราะเท่ากับนักร้องสาวของเรา แต่ถ้าคุณอยากจะฟังซินจะร้องให้คุณฟัง” ผมขยับไมค์ที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะเปร่งเสียงออกมา สายตาของผมก็ยังคงสอดส่ายมองหาเจ้าของลายมือน่ารักนี้เธอต้องอยู่ภายในร้านนี้แหละเพียงแต่ในนี้มันมืดเกินกว่าที่ผมจะมองเห็น


     ผมพยักหน้าให้กับเพื่อนร่วมวงก่อนที่เสียงดนตรีจะบรรเลงขึ้นมาก่อนที่ผมจะเปล่งเสียงฮัมเพลงขึ้นมาอย่างแผ่วเบาและเพิ่มความดังขึ้นเรื่อยๆจากท่อนแรกจนกระทั่งถึงท่อนฮุค “แต่เธอมีเวลาฟังแค่ไหน เรื่องราวความในใจที่ล้นเอ่อ ว่าเธอและเธอเท่านั้น ได้ใจของฉันตั้งแต่วันแรกเจอ แต่เรามีเวลาเพียงแค่นี้ อาจไม่พอให้พูดอะไรให้โดนใจของเธอ หากเธอไม่มีเวลาจะอยู่กันนานๆ ก็อยากจะบอกสั้นๆ ว่าฉันน่ะรักเธอ”



     สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ผมทั้งนักเที่ยวที่คุ้นเคยกับที่นี่และเพื่อนในวงดนตรีของผม หลายคนไม่เชื่อว่าผมจะร้องเพลงได้และอาจจะร้องออกมาดีกว่าที่ใครหลายคนคิดเอาไว้เสียด้วย หลังจากที่หมดเวลาของวงผมอาจจะเจอกับคำถามเยอะแยะหรืออาจจะไม่มีคำถามอะไรเลยก็ได้ เรื่องที่ผมร้องเพลงก็เป็นกับเขาเหมือนกัน! เพลงที่ผมร้องจบลงไปแล้วและตอนนี้ก็กลับไปเป็นหน้าที่พี่ชามที่จะส่งเสียงหวานๆผ่านไมค์โครโฟน ผมยังคงสอดส่ายสายตามองหาเจ้าของลายมือน่ารักนั่นแต่นั่นแหละอะไรที่เรายิ่งค้นหาเราจะยิ่งไม่เจอหรืออาจจะเจอได้ยากยิ่งนัก


     “ไม่นึกว่าซินจะเสียงดีเหมือนกันนะ” พี่ชามที่เดินลงมานั่งรอที่โต๊ะส่งเสียงดักผมเอาไว้ทันทีที่ผมลงจากเวที


     “ยังไงก็ไม่เท่าพี่ชามหรอกครับ ซินขอตัวนะครับพี่”


     “เดี๋ยวๆ แล้วคนที่เค้าเขียนขอมา เค้ารู้ได้ไงว่าซินร้องเพลงเพราะ” พี่ชามยังคงซักไซร้ผมต่อแต่ผมไม่เหลือกระจิตกระใจจะอยู่ตอบคำถามพี่ชามแล้วน่ะสิ


     “เค้าคงเคยฟังซินเล่นกับวงเก่าอ่ะครับ เอ่อ...ซินขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” คงเพราะท่าทางของผมในตอนนี้ทำให้พี่ชามเลิกถามผม


     ผมเหมือนหนูติดจั่นเดินวนไปวนมาทั้งโซนในร้านและโซนนอกร้านตลอดจนที่จอดรถที่ด้านหน้าร้านกว่าจะฉลาดก็เล่นเอาเหนื่อยไปเลย ‘ถามพนักงานคนที่เอากระดาษมาส่งสิ’ นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่สมองสั่งการ ไม่รู้ว่ามันจะช้าไปหรือเปล่ากว่าจะคิดได้ และเธอยังจะอยู่ที่นี่หรือเปล่า...


     “น้อง” ผมเรียกพนักงานคนที่เอากระดาษไปส่งพร้อมกับจับบ่าเอาไว้อีกทั้งสีหน้าจริงจังช่างเหมือนนักเลงจริงๆซินซิน “คนที่ให้เราเอากระดาษแผ่นนั้นไปส่งเค้านั่งอยู่โต๊ะไหน” ผมถาม


     “เค้าเช็คบิลไปแล้วพี่ ตั้งแต่พี่ร้องจบน่ะครับ” พนักงานคนนั้นบอกกับผม นั่นคือคำตอบที่ทำให้ผมแทบทรุด ทำไมมาถึงขนาดนี้แล้วไม่ยอมอยู่เจอกันก่อน


     ควันสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกจากริมฝีปากของผมหลังจากที่ผมสูดเอาสารนิโคลตินเข้าปอดเป็นที่เรียบร้อย ผมกำลังจะยกบุหรี่มวนขาวขึ้นมาสูดเอาสารนิโคลตินเข้าสู่ร่างกายอีกครั้งเผื่อจะดับอารมณ์คุกรุ่นของผมเวลานี้ได้บ้างแต่แล้วการกระทำของผมก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมองไปตรงหน้าแล้วพบว่าคนที่ผมเฝ้าวิ่งตามหาให้วุ่นวายนั้นได้หยุดอยู่ตรงหน้าของผม


     “เครียดอะไรนักคุณนักร้อง อุ๊ยไม่ใช่สิ คุณนักดนตรี”น้ำเสียงคุ้นหูที่ถูกเปร่งออกมาจากปากของคนตรงหน้า สิ่งผมได้ยินสิ่งที่ผมได้เห็นมันไม่ใช่ความฝันใช่ไหมอยากจะหยิกแขนตัวเองแต่ก็กลัวว่าคนตรงหน้าจะหัวเราะกับการกระทำของผม


     “ยังไม่กลับเหรอครับ” เหมือนไม่มีอะไรจะถามทั้งที่คำถามนั้นมากมายเต็มไปหมด เป็นแบบนี้อีกแล้วให้ตายเถอะเมื่อไหร่จะเลิกปอดแหกซะที


     “ถ้ากลับก็คงไม่เห็นแล้วล่ะ...ไม่มีอะไรที่อยากจะถามนอกจากนี้แล้วใช่มั้ย”


     มีเยอะเลย” ผมตอบคำถามของเธอโดยมีดวงตาของผมที่ทำให้ส่งทอดคำถามมากมายเหลือเกินที่ผมมีไปสู่ดวงตากลมโตคู่นั้นของเธอ ‘คิดถึงกันบ้างหรือเปล่า ลืมกันไปหรือยังและอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย’


     “วันนี้แจ๊สไม่ได้เอารถมา พอดีว่าพายมันจะมาแถวนี้มันเลยเอาแจ๊สมาส่งไว้ที่นี่ถ้าไม่รบกวนซินจนเกินไป...”


     “ให้ซินไปส่งที่บ้านนะครับ” ผมพูดแทรกขึ้นมาทันทีโดยไม่รอให้คนตรงหน้าพูดจบประโยค



      ท้องถนนเบื้องหน้าจะนำไปสู่จุดหมายปลายทางคืออะไรผมไม่เคยคิดถึงมันเมื่อมีผู้หญิงร่างบางเจ้าของดวงตากลมโตคู่นั้นนั่งเคียงข้างไปด้วยกัน แค่มีเธอต่อให้เส้นทางเบื้องหน้าจะยาวไกลแค่ไหนผมก็จะไป เส้นทางที่เคยคุ้นแม้จะนานมาแล้วที่ผมไม่เคยมาทางนี้แต่มันกลับไม่ได้ทำให้ผมลืมเลยว่าจะไปต่ออย่างไร ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอผมไม่เคยใช้รอยหยักในสมองในการจดจำแต่ผมใช้ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจในการจดจำมันเลยลืมกันไม่ได้ง่ายๆ



     “ไม่ต้องบอกทางเลยนะเนี่ยจำได้แม่นมาก น่ารักชะมัด” เธอพูดกับผมเป็นประโยคแรกเมื่อผมรถของผมจอดสนิทที่หน้าบ้านของเธอ


     "ถ้าน่ารักจริง คนแถวนี้ก็คงจะรักไปแล้วล่ะ” ผมตั้งใจจะพูดลอยๆแต่ดันพูดดังเกินไปจนทำให้คนข้างๆ หันมามอง


     “ไม่เจ็บบ้างหรอซิน ไม่โกรธไม่เกลียดกันบ้างหรือไงที่แจ๊สเคยทำให้เสียใจ”


     “เจ็บมันก็เจ็บ แต่ไม่เคยโกรธไม่เคยเกลียด เพราะรักมันมีมากกว่า” ตอนพูดมันออกมาจากใจแต่พอพูดออกไปแล้วไหงมันดูน้ำเน่าแบบนี้วะเนี่ย


     “แต่แจ๊ส...รู้สึกผิด” ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองผมอย่างจริงจัง ผมเชื่อก็วันนี้แหละที่เขาเคยบอกกันว่าดวงตาไม่โกหก ความรู้สึกที่แจ๊สมีจริงๆมันคืออะไรผมอาจจะตอบได้ไม่เต็มปากแต่หากให้ผมคาดคั้นเอาจากดวงตาคู่นั้นมันไม่ใช่ความรู้สึกผิดแต่มันคือความรู้สึกดี-ดี


     “ซินรักแจ๊สมากนะ เคยรักยังไงก็รักอย่างนั้นไม่เคยเปลี่ยนเกือบปีแล้วนะแจ๊สตั้งแต่วันนั้นที่เรา...แยกกัน เวลาไม่เคยทำให้ซินรักแจ๊สน้อยลงเลย และเวลาก็ไม่เคยทำให้ซินลืมแจ๊สเลย”


     “แต่แจ๊สมี...”


     “ซินรู้แล้ว เรื่องของเราสองคนปล่อยให้เวลาหาทางออกของมันได้มั้ย อย่าเพิ่งปิดโอกาสของซินได้มั้ยถ้าหากแจ๊สยังรู้สึกดี-ดี แต่ถ้าไม่มีแล้วก็บอกกับซินตรงๆตอนนี้ มองตาซินแล้วพูดกับซินว่าความรู้สึกที่แจ๊สมีมันไม่ตรงกับความรู้สึกของซินแล้วซินจะทำใจว่ามันไม่มีแล้วจริงๆ” ผมพูดแทรกเธออีกครั้ง


     “แจ๊สไม่รู้ แจ๊สกลัว...กลัวว่าแจ๊สจะรักษาซินเอาไว้ไม่ได้อีก กลัวว่าซินจะต้องมาเสียใจเพราะแจ๊สอีก”


     “ถ้าเรายังไม่ลองแล้วเราจะรู้ได้ยังไงครับ” “ช่างเหอะ ตอนนี้เรื่องของเราจะเป็นยังไงซินไม่สนใจแล้ว แค่ขอให้ซินได้มีแจ๊สอยู่ในทุกวันได้มั้ย เรื่องของอนาคตอย่าไปคิดถึงมันเลยเนอะเครียดเปล่าๆ”


     “รู้ได้ยังไงว่าเค้าเครียด” เธอถามผม...เธอกล้ามากที่มาถามผม แค่ผมมองหน้าเธอผมก็รู้หมดแล้วว่าเธอกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน


     “รู้ก็แล้วกันน่า ไม่ต้องเครียดแล้วคนดีของซิน พรุ่งนี้เย็นซินรับแจ๊สไปทานข้าวนะครับ”


     “ค่ะ โทร.บอกก่อนออกมานะ แจ๊สจะได้เคลียร์งาน”


     เจ้าหญิงร่างเล็กของผมลงจากรถและเดินเข้าบ้านไปแล้วจะมีก็แต่องครักษ์ของเจ้าหญิงอย่างผมเท่านั้นแหละที่ยังคงนั่งมองเธอจนลับสายตาด้วยความหวังว่าอยากจะเห็นเธอปลอดภัยดี รถยนต์ของผมค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านของเธออย่างเชื่องช้าไม่นับรวมสายตาเว้าวอนของผมที่มองประตูบานนั้นราวกับว่าประตูบานนั้นคือเจ้าหญิงของผม


# # # # #




     ร้านอาหารริมแม่น้ำบรรยากาศแสนดีและโรแมนติกร้านหนึ่งในกรุงเทพฯคือร้านอาหารที่ผมเลือกจะพาเจ้าหญิงของผมมาทานมื้อเย็นเพราะรู้มาว่าเธอบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอแทนข้าวเสียเป็นส่วนใหญ่หลังจากที่เราแยกจากกัน ภายในร้านอาหารเป็นอาคารสองชั้นตกแต่งอย่างเรียบง่ายเน้นการแต่งแบบเปิดโล่งเพื่อรับลมจากแม่น้ำเจ้าพระยาและมองเห็นสะพานพระรามแปดได้อย่างชัดเจนผสมกับดนตรีอะคูสติกที่เล่นคลอเบาๆยิ่งทำให้บรรยากาศ ณ.ที่ตรงนี้ยิ่งโรแมนติกเข้าไปใหญ่


      “แจ๊สไม่ค่อยชินกับอาหารมื้อเย็นมานานแล้วนะ”


      “นี่คือการเริ่มต้นเพื่อให้กระเพาะของแจ๊สชินกับมื้อเย็นนะครับ ต่อไปนี้ซินจะทานข้าวเย็นกับแจ๊สทุกวัน ถ้าวันไหนไม่ได้ไปเล่นดนตรีซินจะไปรับแจ๊สทานมื้อกลางวันด้วย อืม...ยิ่งถ้าวันไหนแจ๊สค้างกับซิน ซินมีมื้อเช้าเป็นออปชั่นเสริมด้วยนะ” ผมพูดยืดยาวอย่างอารมณ์ดีในมือก็พลิกเมนูไปพลางๆ


     “รับเครื่องดื่มอะไรคะ”


     “น้ำแอ๊ปเปิ้ลปั่นสองครับ” ผมพูดกับพนักงานที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก่อนจะหันไปพูดกับคนตรงหน้า “ทานน้ำแอ๊ปเปิ้ลนะคะมีวิตามินซีสู๊งสูง มีวิตามินเอ บี ดี อี เอฟด้วยนะ ผิวจะได้สวยๆ” ผมได้รับรอยยิ้มบางๆกลับมาจากคนตรงหน้าแทนทุกคำตอบ


     “ปลากระพงทอดราดน้ำปลา ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน ต้มยำกุ้ง อืม...เอาอะไรอีกดีน๊า” ผมเลิกคิ้วมองไปยังคนตรงหน้าหวังว่าเธอน่าออกไอเดียเมนูอาหารบ้างแต่ก็เปล่าเลย...


     “อยากทานอะไรก็สั่งสิคะ แจ๊สไม่ค่อยชินกับอาหารเย็นแล้วอ่ะ” นั่นคือคำตอบ


     “งั้นเอาแค่นั้นก่อนก็แล้วกันครับ” ผมหันไปบอกกับพนักงานที่ยืนหน้านิ่งไม่ไหวติงแม้ว่าการมารับออร์เดอร์ที่โต๊ะผมนั้นจะเนิ่นนานเสียเหลือเกิน


     “วันนี้นัดกับเพื่อนๆไว้หรือเปล่าครับ ซินจะได้ไปส่ง”


     “นัดกับพายเอาไว้ค่ะแต่เดี๋ยวค่อยไปดึกๆก็ได้ ไม่รู้ช่วงนี้พายเป็นอะไรไม่ค่อยติดเพื่อนเลยเริ่มจะไปไหนมาไหนคนเดียวบ้าง กลายเป็นแจ๊สที่ไม่ชินที่มันเป็นแบบนี้”


      “ถ้าจะไปเที่ยวก็ต้องกลับไปเปลี่ยนชุดที่บ้านพี่พายก่อนแน่ๆเลยใช่มั้ย ไม่ต้องแต่งตัวน่ารักนะครับ หวงอ่ะวันนี้เค้าต้องไปทำงานไม่ได้ไปด้วย ถึงไม่ได้ไปทำงานก็คงไปด้วยไม่ได้อยู่ดีใช่มั้ย?” ผมเลิกคิ้วความหมายเชิงคำถามแต่คนตรงหน้ากลับส่ายหน้าช้าๆ


      “เด็กน้อย เค้าแก่แล้วไม่มีใครมองหรอกค่ะ ไม่ต้องหวงนะ พาย นัต ไอซ์ แต่ละคนสวยๆทั้งนั้นไม่มีใครมาจีบเค้าหรอก”


     “หวงอยู่ดี ก็เค้ารักของเค้าอ่ะยังไงก็น่ารักของเค้าก็แล้วกัน” การกระทำของผมคงเรียกรอยยิ้มจากคนตรงหน้าได้ไม่น้อยเพราะตั้งแต่มาถึงผมยังไม่เห็นว่าเธอจะหุบยิ้มเลยสักที


     นับตั้งแต่อาหารจานแรกถูกนำมาเสิร์ฟจนกระทั่งจานสุดท้ายผมเทียวตักอาหารให้กับคนตรงหน้าจนเธอแทบจะทานไม่ทัน แม้ว่าเธอจะไม่ผอมลงไปเลยจากวันสุดท้ายที่เราพบกันแต่เธอกลับดูไม่สดใสสิ่งที่ถูกแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าอาจจะทำให้เธอดูสดใสในสายตาคนอื่นแต่ไม่ใช่สำหรับผม ดวงตากลมโตของเธอนั้นมันไร้แววตาที่สดใสอย่างที่เมื่อก่อนนั้นเธอเคยมี ต่อจากวันนี้ไปผมจะทำให้ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับมาเปล่งประกายอีกครั้งให้ได้


     “อิ่มมาก...ถ้าวันนี้เมาแล้วเอาของเก่าออกมา แจ๊สจะโทษซินคนเดียวเลยที่ให้เค้าทานเยอะขนาดนี้” ทันทีที่ก้นสัมผัสที่นั่งข้างคนขับเธอก็บ่นผมเข้าให้ละ


     “ก็อยากให้ทานเยอะๆ คนเป็นห่วงยังจะมาบ่นอีก ถ้ากลัวจะเอาของเก่าออกก็อย่าดื่มของใหม่เยอะนักสิครับ วันนี้...พี่คนนั้นเค้าไปรับแจ๊สมั้ยถ้าไม่ไปให้ซินไปรับนะ” ผมพูดยิ้มกว้างรอรับคำตอบ


     “เอาไว้จะโทร.บอกนะคะ” เธอตัดบทพูดผมเอาซะง่ายๆอย่างนั้นเลย


     ผมอยากจะต่อถนนให้มันยาวกว่านี้จริงๆจากร้านอาหารริมแม่น้ำที่ผมเพิ่งพาเจ้าหญิงของผมไปดินเนอร์จนถึงร้านพี่พายทำไมมันใช้เวลาน้อยขนาดนี้ก็ไม่รู้ สถานที่ที่เธอจะไปมันก็คือร้านพี่ต้อมนั่นแหละ อยากจะเดินเข้าร้านไปนั่งเนียนๆอยู่ภายในร้านกับเธอแต่ก็ทำไม่ได้เพราะงานของผมมันอยู่อีกที่หนึ่ง แต่เอาเถอะให้เสร็จงานเมื่อไหร่จะรีบกลับมานั่ง (คุม) อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆแต่จ้องตาไม่กระพริบ ผมส่งแจ๊สที่หน้าร้านพี่พายก่อนที่จะเอาตัวเองไปทำงานแบบไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไรนัก


“ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ

เพราะฉะนั้นจงเก็บเกี่ยวช่วงเวลาของความสุขเอาไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่ต้องไม่ลืมด้วยว่า ความสุขที่เราได้มาต้องไม่ตั้งอยู่บนความทุกข์ของใคร”


# # # # #



มาต่อให้อย่างต่อเนื่องนะครับ

ที่ตรงนี้...มีเรื่องราวมากมาย

ที่ผมจะจดจำตลอดไป
นายกานต์

By : นายกานต์    / 1 Nov 2013 12:15

 เหตุผลที่แจ้งลบ :  

 ชื่อผู้แจ้งลบกระทู้ :




www.narak.com | ทอมดี้น่ารัก | บ้านทอมดี้ | น่ารักบอร์ด | ecard.narak.com | IRC Sever | Thai IRC | ห้องคุยสด

งาน หางาน งานราชการ งานรัฐวิสาหกิจ งานสถานศึกษา งานบริษัท หวย | ตรวจหวย สถิติหวย ตรวจสลาก

เกม เกมส์



Code by Moha