โดย
กอเก่ง
ฟันของคนเราจริงๆแล้วมีสีดำ คนสมัยก่อนจึงชอบกินหมาก นอกจากจะช่วยบำรุงรากฟันให้แข็งแรงแล้ว
ยังช่วยรักษาสีดำของฟันให้เป็นสีดำที่เนียนเงางามอีกด้วย
ตากี้
แห่งหมู่บ้านคลองเกต เป็นชายตัวดำขี้โม้ ชอบกินขนมโก๋แล้วไม่บ้วนปาก
ทุกมื้อเช้า กลางวัน เย็น ก่อนและหลังอาหาร ตากี้ต้องหยิบขนมโก๋ขึ้นมากิน
เขาชอบรสชาติของการเลียเศษขนมโก๋ที่ติดอยู่ตามไรฟันเป็นที่สุด
ตั้งแต่เด็กจนแก่ ตากี้ก็ยังกินขนมโก๋แล้วไม่บ้วนปากอยู่อย่างนั้น
จนมีฟันเป็นสีขาว เป็นสีขาวตามขนมโก๋นั่นเอง ไม่มีใครคบตากี้เป็นเพื่อน
เพราะตากี้มีฟันสีขาว โบราณว่าไว้ว่า คนผมหยิก คอสั้น ฟันขาว
เป็นคนคบไม่ได้ ซึ่งตากี้มีครบทุกอย่างตามนั้น
เขาจึงต้องหลบๆซ่อนๆตัวเองอยู่ในกระท่อมท้ายคลองเพียงลำพัง
เขาเฝ้าฝึกปรือฝีมือการทำขนมโก๋ไว้กินเองจนชำนาญ วันเวลาผ่านเลยไป
คนรุ่นใหม่ๆเกิดขึ้นมา มีเด็กอยู่กลุ่มหนึ่ง วิ่งเล่นไล่จับกันจนมาเจอตากี้ที่กระท่อม
เห็นตากี้มีฟันขาวก็เลยสงสัย ตากี้อารมณ์ดีก็โม้ไปเรื่อยว่า
พวกหัวสมัยใหม่ในเมืองกรุง ตอนนี้กำลังนิยมมีฟันสีขาวกันมาก
เด็ก ๆ อยากมีฟันสีขาวบ้าง ตากี้จึงแบ่งขนมโก๋ให้กิน เด็ก
ๆ กินแล้วฟันไม่ขาว ตากี้บอกฟัน จะขาวได้ต้องกินขนมโก๋แบบไม่บ้วนปากนานเป็นสิบ
ๆ ปี เด็กๆบ่นรอไม่ไหว ตากี้จึงผสมสูตรทำขนมโก๋ขึ้นมาใหม่
เป็นขนมโก๋แบบเหนียวๆ คราวนี้กินครั้งเดียว ฟันขาวติดทนนาน
แม้จะบ้วนปากกี่ครั้งก็ยังขาวอยู่
เด็กๆชอบใจ
เอาฟันขาวไปอวดพ่อแม่ตอนแรกก็โดนด่า แต่พอบอกว่าตอนนี้พวกหัวสมัยในเมืองเขานิยม
พ่อแม่ก็เลยอยากทันสมัยกับเขาบ้าง จากหมู่บ้านเล็ก ขยายไปหมู่บ้านใหญ่
ขนมโก๋กินแล้วฟันขาวของตากี้โด่งดังไปจนถึงในเมือง ขนาดพวกหัวสมัยที่เคยโดนแอบอ้างชื่อ
รู้ข่าวยังอยากลองเอง ตากี้ขายขนมโก๋ร่ำรวยจนคนเริ่มขอสูตรเอาไปดัดแปลง
ทำให้มีขนมโก๋และอุปกรณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น จากที่เคยห่อกระดาษ
ก็นำมาใส่กล่อง ใส่หลอดให้บีบง่ายขึ้น จากที่เคยใช้นิ้วก็เริ่มหัวมาใช้แปลงทาสีอันเล็กๆ
เอามาทามาป้ายขนมโก๋ไปบนฟัน เหมือนการยาเรือ
แม้ว่าภายหลังจะมีคนพยายามทำขนมโก๋เป็นสีต่างๆ
แต่ขนมโก๋ยอดนิยมที่คนนำมายา หรือ ทาสีก็ยังคงเป็นสีขาว
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
..
|
ถ้าชอบหน้านี้
แนะนำหน้านี้ให้เพื่อนคุณทางเมล ได้ที่นี่
|